ผมอยู่ในวงการคุณภาพมามากกว่า 20 ปี ตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี

เริ่มจากตำแหน่งวิศวกรฝ่ายประกันคุณภาพ จนกระทั่งเป็นผู้จัดการคุณภาพประจำภูมิภาค-จีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ดูแล 7 โรงงาน ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จีน และ เวียดนาม)

เริ่มจากการอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตโดยตรง และจากนั้นได้มีโอกาสเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก รวมถึงการธนาคารในท้ายที่สุด

VIEWPOINTS

1. มุมมอง ที่แตกต่าง

หลายครั้งที่ผู้ขายมองว่าสินค้าหรือบริการของตนนั้นดีพอ และมั่นใจว่าลูกค้าน่าจะตอบรับ

แต่…ในความเป็นจริง การตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว (ทั้งการซื้อครั้งแรกและการซื้อซ้ำ) แต่เป็นการตัดสินใจที่เป็นผลโดยตรงจากความคิดที่ฝังลึกอยู่ภายในจิตใต้สำนึก จากการรับรู้ระดับคุณภาพของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ว่าสินค้าหรือบริการใดมีระดับคุณภาพสูงหรือต่ำแค่ไหน ซึ่งจะโยงไปสู่การยอมรับการตั้งราคาในระดับที่แตกต่างกันไป

หากไม่สามารถเข้าถึงจิตใจในมุมมองแบบของลูกค้าได้ ก็คงไม่มีทางขายได้อย่างแน่นอน

2. นิยาม ที่หลากหลาย

คำว่า “คุณภาพ” สามารถสะท้อนความหมายได้ในหลายมิติ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำไปใช้ อาจเป็นการช่วยลดต้นทุน (กรณีใช้เพื่อการลดความสูญเปล่า) หรืออาจเป็นการเพิ่มต้นทุน (กรณีใช้เพื่อยกระดับคุณภาพให้ไปถึงหรือเกินกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง) ได้ในเวลาเดียวกัน

หากไม่ให้คำจำกัดความหรือนิยามที่ชัดเจนและตรงกันตั้งแต่แรก ก็คงยากที่จะคุยกันรู้เรื่อง และคงยากที่จะทำให้การแก้ไข-ปรับปรุง-พัฒนางานด้านคุณภาพบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้แต่แรก

DESCRIPTIONS

CHALLENGES

3. ความท้าทายของปัญหา

ปัญหาและอุปสรรคในงานด้านคุณภาพ ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายและชัดเจนแบบภาพขาว-ดำเสมอไป เช่น “ของดี-ของเสีย” ใช้มาตรฐานใดในการตัดสินใจ? ใช้มุมมองของผู้ผลิตหรือผู้ซื้อ? และคำถามอีกมากมาย ซึ่งหากทุกคนในองค์กรมีความเข้าใจที่ไม่เหมือนกัน หรือ

หากมีประสบการณ์ไม่เพียงพอในการเผชิญปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้น การวิเคราะห์และแก้ปัญหาให้ได้ครบในทุกมิติของคำว่าคุณภาพก็คงเกิดขึ้นได้ยาก หรือไม่มีทางทำให้เกิดขึ้นได้อย่างถาวร หากไม่มีการขอคำปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก

ทำไม … ผลิตสินค้าอะไรออกมาก็ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครคิดอยากจะซื้อ?
ทำไม … นำเสนอบริการอะไรก็ไม่มีใครมอง ไม่มีใครอยากลองมาใช้บริการ?
หากใครเคยประสบปัญหาแบบนี้ คงจะเข้าใจดีถึงความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ และนั่นคือสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่าคุณ ต้องรีบดำเนินการยกระดับคุณภาพสินค้าหรือบริการอย่างเร่งด่วน !!!

“คุณภาพ” คำ ๆ นี้ มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าแค่การสร้างจิตสำนึก ไม่ใช่เพียงแค่การพยายามหาวิธีการ หรือตั้งใจที่จะนำเอาเครื่องมือสำเร็จรูปต่าง ๆ มานำเสนอแก่ผู้เข้าร่วมอบรม โดยหวังว่าผู้ที่ผ่านการอบรมจะสามารถนำสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้ กลับไปประยุกต์ใช้ได้เอง ในสภาพแวดล้อมของสถานประกอบการที่แตกต่างกัน

ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง มีสถานการณ์มากมายที่ต้องใช้การตัดสินใจที่ซับซ้อน ที่ไม่สามารถอธิบายหรือสอนกันได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ และไม่สามารถทำให้จบได้ในการอบรมแต่ละเรื่องแต่ละครั้ง ยิ่งถ้าผู้เข้าอบรมยังไม่มีประสบการณ์มากพอในสายงานคุณภาพ การที่จะประยุกต์ใช้การแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เอง ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการอบรมหลาย ๆ หลักสูตร ไม่สามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ให้เกิดแก่ผู้เรียนได้อย่างแท้จริง เพราะการอยู่ในโลกของธุรกิจไม่ใช่แค่การทำตามตำรา แต่ต้องสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา

และนั่นคือเหตุผลที่ทำไมเจ้าของธุรกิจที่มองการณ์ไกลและมีวิสัยทัศน์ จึงจำเป็นต้องมี “ที่ปรึกษาที่เป็นตัวจริงในแต่ละด้าน” คอยช่วยให้คำชี้แนะในยามที่ต้องมีการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจในเรื่องที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดและความเป็นไปในอนาคตของธุรกิจ

QUALITY

QUESTIONS

  • Q1 : ของดี – ดีแค่ไหน? ใครบอกว่าดี? ดีพอสำหรับลูกค้าหรือไม่?
  • Q2 : ของเสีย – เสียอย่างไร? ใครบอกว่าเสีย? จะส่งผลอย่างไรหากหลุดไปถึงมือลูกค้า?
  • Q3 : ผ่าน – ด้วยมาตรฐานอะไร? ใครบอกว่าผ่าน? จำเป็นต่อลูกค้าหรือไม่?
  • Q4 : ไม่ผ่าน – ด้วยเหตุผลอะไร? ใครบอกว่าไม่ผ่าน? ต้องแก้ไขอย่างไรถึงจะมั่นใจว่าปลอดภัยต่อลูกค้า?

ตัวอย่างคำถามเหล่านี้ได้เคยถูกถามในองค์กร หรือธุรกิจของท่านบ้างหรือไม่? เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การตั้งคำถาม แต่สำคัญที่ว่า ถามอย่างไร? โดยใคร? วิธีการที่ทำให้ได้มาซึ่งคำตอบเป็นแบบไหน? คำตอบที่ได้มาตอบโจทย์หรือปัญหาของลูกค้าได้จริงหรือไม่? และคำถามอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ต้องการ “คำถามที่เฉียบคม และคำตอบที่เฉียบแหลม” ซึ่งควรต้องดำเนินการโดยผู้ที่เข้าใจในทุกมิติของคำว่าคุณภาพอย่างลึกซึ้ง และเข้าถึงมุมมองที่ซ่อนอยู่ภายในใต้จิตสำนึกของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อที่จะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพของสินค้าหรือบริการที่มีอยู่ได้ตามที่มุ่งหวัง

ที่ปรึกษาที่ดีและมีประสบการณ์ตรงที่มากพอ จะช่วยทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นง่ายขึ้น เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งจะสามารถช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินการ ช่วยลดต้นทุนที่อาจเกิดจากความผิดพลาดในการลองผิดลองถูก และยังสามารถช่วยลดค่าเสียโอกาสทางการตลาดได้อีกด้วย

ด้วยความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่มีกว่า 20 ปีในแวดวงคุณภาพ ผมมั่นใจว่าจะสามารถทำหน้าที่ที่ปรึกษาที่ดี ที่จะสามารถตอบโจทย์ในการช่วยยกระดับคุณภาพของสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ผ่านกระบวนการให้คำปรึกษาแนะนำ และพาลงมือทำในภาคปฏิบัติ ซึ่งจะถูกออกแบบให้ตอบโจทย์เฉพาะสำหรับแต่ละประเภทธุรกิจ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง ในการที่จะทำให้สินค้าหรือบริการเหล่านั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และสามารถทำให้ดูแพงขึ้น (ในสายตาลูกค้าตัวจริง) ในท้ายที่สุด

แล้วเรามาช่วยกันร่วมยกระดับคุณภาพสินค้าหรือบริการ ในธุรกิจของท่าน ไปด้วยกันนะครับ

ดร.ภัทธาวุธ สกุนตนิยม (ด้วง)
• QUALITY UP Consultant
• Founder & CEO of QUALITY75.co.th

DR.D

7 TOPICS

7 สิ่งที่ต้องมี
เพื่อการยกระดับคุณภาพสินค้า

  1. ใช้ได้ดี (Performance): ต้องใช้ได้จริง ในสิ่งที่ควรจะเป็น (สำหรับสินค้าประเภทนั้น ๆ) ตามความคาดหวังของลูกค้า
  2. มีจุดเด่น (Features): ต้องมีบางอย่างที่ต่างไปจากสินค้าของคู่แข่ง ไม่ใช่วางคู่กันแล้วเหมือนกันไปเสียทุกอย่าง
  3. เน้นมาตรฐาน (Conformity with Specifications): ต้องศึกษาว่าอะไรคือสิ่งจำเป็น มีอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติตามให้ครบ ทั้งที่เป็นภาคบังคับ (เช่น ข้อกำหนด ระเบียบ กฎหมาย) และภาคสมัครใจ (เช่น มาตรฐานในแต่ละอุตสาหกรรม)
  4. ไม่พาลเกเร (Reliability): ต้องใช้ได้จริงทุกครั้งที่หยิบมาใช้ ไม่ต้องคอยลุ้นว่าแต่ละครั้งที่หยิบขึ้นมาจะมีอะไรผิดปกติหรือไม่
  5. ไม่เทคนซื้อ (Durability): ต้องทนทานในระดับที่ลูกค้าคาดหวัง (เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายออกไป) อาจไม่ต้องถึงกับอยู่ยงคงกระพัน แต่ต้องไม่พังก่อนเวลาอันสมควร
  6. มีชื่อรับประกัน (Serviceability): ต้องเป็นที่พึ่งได้ในกรณีที่เกิดปัญหา มีคนคอยตอบคำถาม หากต้องมีการซ่อม เปลี่ยนอะไหล่ หรือเปลี่ยนสินค้า
  7. เข้ากันและดูดี (Fit & Finish): ต้องเข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ช่วยเสริมให้(ภาพลักษณ์)ดูดี ไม่ใช่ต้องแอบใช้ เป็นเจ้าของแล้วอาย ไม่กล้าให้ใครเห็น

5 สิ่งที่ต้องมี
เพื่อการยกระดับคุณภาพบริการ

  1. สัมผัสได้ (Tangibles): (ลูกค้า)ต้องรู้สึกได้ถึงความดีงาม เมื่อก้าวย่างเข้าสู่สถานบริการ(ของเรา)
  2. ไม่ทำให้ไขว้เขว (Reliability): ต้องให้บริการได้เหมือนกันทุกครั้ง ไม่ว่า(ลูกค้า)จะเดินเข้ามาเมื่อไหร่ หรือเดินเข้ามาเจอพนักงานคนไหน
  3. ไม่เล่นลิเกหรอกคนดู (Competence): ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ทำเฉพาะในสิ่งที่ถนัด หากทำไม่ได้ให้บอกตามตรง
  4. ไม่มัวอู้หรืออยู่เฉย (Responsiveness): (พนักงาน)ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ไม่เกี่ยงกันให้บริการ ใครว่างก็ช่วยงานคนอื่นได้
  5. ไม่ละเลยใส่ใจดูแล (Empathy): ต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าเสมอ ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เลือกที่รักมักที่ชังกับลูกค้า

5 TOPICS

7+5 TOPICS

หากใครหรือธุรกิจใดสามารถทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้เองอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในสถานประกอบการของตนเอง ก็น่าจะทำให้เชื่อมั่นได้ว่าสินค้าหรือบริการในความดูแลนั้นจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับสินค้าหรือบริการอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

แต่ … ตามที่ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้วว่า การรู้เฉพาะทฤษฎีแต่ไม่มีประสบการณ์ในภาคปฏิบัติ ย่อมทำให้การแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จด้วยตนเองนั้นเป็นไปได้ยาก  “7+5 สิ่งที่ต้องมี เพื่อการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ” ก็เช่นเดียวกัน เพราะหากทุกคนอ่านแล้วทำตามได้ทั้งหมด ทุก ๆ ธุรกิจในโลกใบนี้ก็คงมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในหมู่ลูกค้าได้เหมือน ๆ กัน เพราะ 7+5 สิ่งที่ต้องมีนี้ คือหลักการสากลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านี้ได้อย่างง่ายดายในยุคปัจจุบัน

ที่ปรึกษามืออาชีพ(ตัวจริง)คือคำตอบ ในการที่จะช่วยให้ท่านเข้าใจความหมายที่แท้จริง ที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำนิยามในแต่ละหัวข้อ ช่วยให้ท่านสามารถวิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อหาช่องว่างและวางแนวทางการแก้ไข-ปรับปรุง-พัฒนา ในอันที่จะช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าหรือบริการที่มีอยู่ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด(ในเบื้องต้น) ที่จะสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าตัวจริงของธุรกิจ ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด และด้วยงบประมาณที่ประหยัดที่สุด และเมื่อธุรกิจกลับมาอยู่ในจุดที่แข็งแรงพอ การจะยกระดับคุณภาพฯให้เกินกว่าสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และเมื่อนั้นธุรกิจของท่านจะมีผู้ที่เป็นสาวกตัวจริง (ลูกค้าที่ไม่ว่าจะมีสินค้าหรือบริการอะไรออกสู่ตลาด เขาเหล่านั้นก็จะคอยอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องเสี่ยงว่าจะไม่มีใครซื้อสินค้าหรือบริการของเราอีกต่อไป) คอยช่วยสนับสนุนสินค้าและบริการของท่านอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

รูปแบบการทำงาน

1. ร่วมทำความเข้าใจธุรกิจ ช่วยตั้งเป้าหมายการยกระดับคุณภาพ และพาลงมือทำจนสำเร็จ

1.1 ทำความรู้จักสินค้าหรือบริการอย่างลึกซึ้ง
1.2 ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตัวจริง
1.3 ร่วมตั้งเป้าระดับคุณภาพ ที่จำเป็นและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย
1.4 ช่วยวิเคราะห์ระดับคุณภาพของสินค้าหรือบริการในปัจจุบัน
1.5 ร่วมหาช่องว่าง ปัญหาและอุปสรรค ที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน
1.6 ช่วยให้แนวทางการแก้ไข-ปรับปรุง-พัฒนา เพื่อก้าวสู่ระดับคุณภาพที่ตั้งไว้
1.7 ให้คำปรึกษาแนะนำในทุก ๆ กระบวนการ ในภาคปฏิบัติ
1.8 ช่วยวิเคราะห์ และเฝ้าติดตามระดับคุณภาพในแต่ละช่วงเวลา อย่างต่อเนื่อง
1.9 ร่วมวิเคราะห์ความคืบหน้าในการแก้ไข-ปรับปรุง-พัฒนา ในแต่ละช่วงเวลา
1.10 ช่วยปรับวิธีการทำงาน เพื่อให้สามารถยกระดับคุณภาพได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้

2. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Private Workshop) ให้กับผู้บริหาร ผู้ดูแลโครงการ และทีมงาน (กรณีเลือกรับคำปรึกษาแบบมีทีมงาน) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 3 ชม. ทุกสัปดาห์ เพื่อช่วยทำให้บรรลุเป้าหมายได้เร็วที่สุด (ดังรายละเอียดในข้อที่ 1) และสามารถรักษาหรือยกระดับคุณภาพได้เองในอนาคต

3. ผู้ดูแลโครงการและทีมงาน (กรณีเลือกรับคำปรึกษาแบบมีทีมงาน) สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาแนะนำได้ตลอด 24 ชม. ทุกวัน ไม่มีวันหยุด เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้โดยไม่มีการหยุดชะงัก ตลอดระยะเวลาในการรับเป็นที่ปรึกษา

CONSULTANT

24 HOURS

Quality Up Consultant
24 Hrs Service & Contact

  1. ร่วมทำความเข้าใจ ช่วยตั้งเป้าหมาย และพาลงมือทำจนสำเร็จ
  2. ช่วยวิเคราะห์ และเฝ้าติดตามระดับคุณภาพในทุกช่วงเวลา
  3. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Private Workshop) ทุกสัปดาห์
  4. ให้คำปรึกษาแนะนำได้ตลอด 24 ชม. ทุกวัน ไม่มีวันหยุด

POLICIES

PRICE

Price
ค่าที่ปรึกษา
(ยังไม่รวม VAT 7%)

  1. กรณีต้องการทำด้วยตนเอง โดยไม่มีทีมงาน (เรียนรู้และลงมือทำทั้งหมดด้วยตนเอง หรือเพื่อกลับไปประยุกต์ใช้ในองค์กรด้วยตนเอง)

ราคาพิเศษ เดือนละ 150,000 บาท
(จากราคาปกติ เดือนละ 200,000 บาท)

• สัญญา 6 เดือน รับส่วนลดเพิ่ม 10%
   เหลือเดือนละ 135,000 บาท
• สัญญา 1 ปี รับส่วนลดเพิ่ม 20%
   เหลือเดือนละ 120,000 บาท

ราคานี้เมื่อทำสัญญาก่อนวันที่ 31 ก.ค. 64 เท่านั้น

  1. กรณีต้องการทำงานเป็นทีม มีทีมสนับสนุนจากสายงานอื่น ๆ ภายในองค์กร (เรียนรู้และลงมือทำไปพร้อม ๆ กับทีมงาน เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกระดับคุณภาพสินค้าหรือบริการให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น)

ราคาพิเศษ เดือนละ 225,000 บาท
(จากราคาปกติ เดือนละ 300,000 บาท)

• สัญญา 6 เดือน รับส่วนลดเพิ่ม 10%
   เหลือเดือนละ 202,500 บาท
• สัญญา 1 ปี รับส่วนลดเพิ่ม 20%
   เหลือเดือนละ 180,000 บาท

ราคานี้เมื่อทำสัญญาก่อนวันที่ 31 ก.ค. 64 เท่านั้น

Payment Method
วิธีการชำระเงิน
โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท

   ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
   สาขา ____________________

   บริษัท ควอลิตี้ 75 (ประเทศไทย) จำกัด
   เลขที่บัญชี ________________

แจ้งชำระเงิน

   Phone | Line OA | Messenger | E-mail

PAYMENT